คณิตศาสตร์การเงิน
Financial Mathematicsนิยาม
คณิตศาสตร์การเงินคือชุดเครื่องมือที่ใช้วัด มูลค่าของเงินในมิติของเวลา เงินจำนวนเดียวกัน ณ วันนี้มีค่าไม่เท่ากับวันหน้า เพราะสามารถนำไปลงทุนและได้ผลตอบแทนเพิ่ม แนวคิดนี้เป็นรากของการประเมินราคาสินทรัพย์ทุกชนิด ตั้งแต่พันธบัตร หุ้น ไปจนถึงสัญญาอนุพันธ์
สัญชาตญาณ — ทำไมสำคัญ
ลองนึกภาพว่าผู้อ่านต้องเลือกระหว่าง "รับ 100,000 บาทวันนี้" กับ "รับ 100,000 บาทในอีก 5 ปี" ทุกคนย่อมเลือกรับวันนี้ เพราะเงินที่มีอยู่เดี๋ยวนี้สามารถทบต้นได้ ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากเวลานี่แหละคือหัวใจของ Financial Mathematics ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตีราคาหุ้น คำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อ หรือกำหนดราคาออปชัน ล้วนย้อนกลับมาหลักการนี้ทั้งสิ้น
ทฤษฎีและสูตร
มูลค่าอนาคต (Future Value) — หากนำเงิน $PV$ ไปลงทุนที่อัตราดอกเบี้ย $r$ ต่องวด เป็นเวลา $n$ งวด มูลค่าที่ได้ในอนาคตคือ
โดยที่ $PV$ = มูลค่าปัจจุบัน (Present Value) · $r$ = อัตราดอกเบี้ยต่องวด · $n$ = จำนวนงวด
การทบต้นต่อเนื่อง (Continuous Compounding) — เมื่อเพิ่มความถี่ในการทบต้นจนไม่มีที่สิ้นสุด สูตรเข้าสู่รูปเลขชี้กำลัง
โดยที่ $e \approx 2.71828$ · $r$ = อัตราทบต้นต่อเนื่อง · $T$ = เวลาในหน่วยปี
มูลค่าปัจจุบัน (Present Value / Discounting) — คิดย้อนกลับจาก $FV$ มาหา $PV$
กระบวนการนี้เรียกว่า การคิดลด (discounting) ใช้ตีราคากระแสเงินสดในอนาคต
อัตราดอกเบี้ยแท้จริงต่อปี (Effective Annual Rate) — เมื่อทบต้น $m$ ครั้งต่อปีที่อัตราระบุ $r$
โดยที่ $m$ = จำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี เมื่อ $m \to \infty$ ได้สูตรทบต้นต่อเนื่อง
ผลตอบแทนแบบง่าย (Simple Return)
โดยที่ $P_t$ = ราคา ณ เวลา $t$ · $P_{t-1}$ = ราคางวดก่อนหน้า ค่าที่ได้อ่านเป็นเปอร์เซ็นต์กำไร/ขาดทุนต่องวด
ผลตอบแทนลอการิทึม (Log Return)
โดยที่ $\ln$ = ลอการิทึมธรรมชาติ ข้อได้เปรียบสำคัญคือ log return สามารถ บวกกันข้ามช่วงเวลาได้โดยตรง เช่น log return รายวัน 5 วันบวกกันได้ผล log return รายสัปดาห์ทันที ทำให้สะดวกมากในการวิเคราะห์ทางสถิติ
มูลค่าปัจจุบันของเงินงวด (Annuity) — รับเงิน $C$ ต่องวด เป็นเวลา $n$ งวด
และกรณีรับไปตลอดชีพ (perpetuity)
โดยที่ $C$ = จำนวนเงินงวดคงที่ · $r$ = อัตราคิดลดต่องวด
🧮 ตัวอย่างคำนวณ
โจทย์: ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 6% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ทบต้นรายปี จะได้เงินเท่าไร?
ใช้สูตร $FV = PV(1+r)^n$
ดอกเบี้ยที่ได้ทั้งหมด = $133{,}823 - 100{,}000 = 33{,}823$ บาท สังเกตว่าหากดอกเบี้ยไม่ทบต้นจะได้เพียง $6{,}000 \times 5 = 30{,}000$ บาท ส่วนต่าง 3,823 บาทนี้คือพลังของการทบต้น
เทียบกับทบต้นต่อเนื่อง: $FV = 100{,}000 \times e^{0.06 \times 5} = 100{,}000 \times e^{0.30} \approx 134{,}986$ บาท — ได้มากกว่าเล็กน้อย
🎯 เชื่อมกับงานจริง
นักวิเคราะห์ใช้สูตร PV ทุกครั้งที่ประเมินมูลค่าบริษัทด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) — นำกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้ในอนาคตมาคิดลดกลับมาเป็นมูลค่าวันนี้ อัตราคิดลดที่เลือกใช้ (discount rate) ส่งผลต่อมูลค่าประเมินมาก ยิ่ง $r$ สูง ราคายิ่งต่ำ นี่คือเหตุผลที่ราคาหุ้นเทคโนโลยีมักตกหนักเมื่อดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น
ในงาน Quant สูตร log return ใช้ทั่วไปเพราะบวกกันข้ามเวลาได้ ทำให้สร้างชุดข้อมูลสถิติที่สะอาดกว่า การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง simple return กับ log return ช่วยหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการวัดผลพอร์ตระยะยาว
📚 ศัพท์ที่ควรรู้
- Time Value of Money (มูลค่าเงินตามเวลา)
- หลักการที่ว่าเงินวันนี้มีค่ามากกว่าเงินจำนวนเดียวกันในอนาคต เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทน
- Compounding (การทบต้น)
- กระบวนการที่ดอกเบี้ยถูกนำไปรวมกับเงินต้นแล้วสร้างดอกเบี้ยเพิ่มในรอบถัดไป
- Discounting (การคิดลด)
- การหามูลค่าปัจจุบันของเงินในอนาคตโดยหารด้วยตัวคูณปรับลด
- Discount Rate (อัตราคิดลด)
- อัตราผลตอบแทนที่ใช้แปลงกระแสเงินสดในอนาคตกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน สะท้อนความเสี่ยงและต้นทุนโอกาส
- Continuous Compounding (ทบต้นต่อเนื่อง)
- การทบต้นที่เพิ่มความถี่จนไม่มีที่สิ้นสุด ผลลัพธ์ใช้ฟังก์ชัน $e^{rT}$
- Simple Return (ผลตอบแทนแบบง่าย)
- กำไรหรือขาดทุนต่องวดวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาเริ่มต้น คำนวณง่ายแต่ไม่สามารถบวกข้ามเวลาโดยตรง
- Log Return (ผลตอบแทนลอการิทึม)
- ผลตอบแทนวัดในรูปลอการิทึมธรรมชาติ บวกสะสมข้ามเวลาได้ นิยมใช้ในสถิติการเงินและโมเดลราคา
- Annuity (เงินงวด)
- กระแสเงินสดคงที่ที่จ่ายซ้ำๆ ในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ผ่อนบ้าน เบี้ยประกัน
- Perpetuity (เงินงวดตลอดชีพ)
- เงินงวดที่จ่ายไม่มีที่สิ้นสุด มูลค่าปัจจุบันเท่ากับ $C/r$ ใช้อ้างอิงในการประเมินมูลค่าหุ้น
- Effective Annual Rate / EAR (อัตราดอกเบี้ยแท้จริงต่อปี)
- อัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนผลของการทบต้นจริง ใช้เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่มีความถี่ทบต้นต่างกัน